
ปัญหาท้องผูก ระบบขับถ่ายไม่เป็นปกติ แม้จะดูเหมือนไม่ร้ายแรง แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยให้มีอาการท้องผูกต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยไม่ทำการรักษาหรือปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตและการรับประทานอาหาร อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ระบบการทำงานของร่างกาย และเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ดังนี้
1. มะเร็ง
ภาวะท้องผูกจะเพิ่มสารก่อมะเร็งในร่างกาย ทำให้เซลล์มะเร็งแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เนื่องจากอุจจาระตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่เป็นเวลานานจะเกิดเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ลำไส้เป็นแผล
2. โรคตับ
ตับมีหน้าที่ขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย สารพิษที่เกิดจากอาการท้องผูกก็ต้องใช้ตับขับออกเช่นกัน จึงทำให้ตับทำงานหนักขึ้นและตับเสื่อมสภาพลง เมื่อท้องผูกเป็นประจำ ส่งผลให้การขับสารพิษไม่เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้อาการท้องผูกยิ่งทำให้ผู้ป่วยโรคตับมีอาการกำเริบและทรุดหนักลงได้
3. โรคภูมิแพ้
ภาวะท้องผูกจะทำให้มีของเสียจากทางเดินอาหารถูกดูดกลับเข้าสู่ร่างกาย เช่น น้ำดีซึ่งนำของเสียจากตับมาขับทิ้งออกทางปัสสาวะจะทำงานไม่ได้ หรือกากอาหารที่เน่าเสียในลำไส้ใหญ่จะถูกดูดกลับผ่านหลอดเลือดกลับไปสู่ตับและกระจายต่อไปทั่วร่างกาย จึงกระตุ้นให้ภาวะภูมิแพ้รุนแรงมากขึ้น
4. โรคลำไส้อุดตัน
คนที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำ อาจก่อให้เกิดโรคลำไส้อุดตัน ทำให้ปวดท้องมาก อึดอัด แน่นท้อง เพราะไม่ถ่ายอุจจาระ หากเป็นรุนแรงอาจต้องผ่าตัดลำไส้บางส่วนออกไป
5. ริดสีดวงทวาร
เมื่อท้องผูกเรื้อรังเป็นเวลานาน ทำให้ในทุกครั้งที่มีการถ่ายอุจจาระจะต้องใช้แรงเบ่งถ่ายของเสียออกมา เมื่อเวลาผ่านไปหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักที่มีการโป่งพองเป็นหัวริดสีดวงทวารและแตกในที่สุด ทำให้พบภาวะเลือดไหลกระปิดกระปอยจากทวารหนัก
6. โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ
สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงหรือโรคหลอดเลือดสมอง การเบ่งอุจจาระแรง ๆ จะเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต อาจทำให้โรคหัวใจกำเริบ หรือทำให้อาการต่าง ๆ ทรุดหนัก
7. โรคกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง
ภาวะนี้ทำให้ผู้ป่วยกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อน ช่องคลอดไม่กระชับ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากอาการท้องผูก เพราะการเบ่งอุจจาระเป็นประจำ จะทำให้กล้ามเนื้อเสียหายได้
8. แก่ก่อนวัย
กากอาหารที่บูดเน่าจะเกิดสารพิษ เช่น สารแอมโมเนีย ไนโตรเจน อินโดลมีเทน กำมะถัน เมื่อสารเหล่านี้ดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับน้ำในลำไส้ จะทำให้อวัยวะต่าง ๆ ของเราเสื่อมเร็วมากขึ้น และ ผิวพรรณหยาบกร้าน แก่ก่อนวัยอันควร
จะเห็นได้ว่าภาวะท้องผูกนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย หากปล่อยให้มีอาการเป็นระยะเวลานาน เช่น ความถี่ของการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ร่วมกับอาการใดอาการหนึ่ง ได้แก่ การมีอุจจาระแข็งหรือเม็ดกระสุน ความถี่ในการขับถ่ายอุจจาระลดลงกว่าปกติ ใช้เวลานานในการเบ่งถ่าย มีความเจ็บปวดเวลาเบ่งถ่าย มีเลือดปนออกมากับอุจจาระ หรือหลังถ่ายอุจจาระเรียบร้อยแล้วยังมีความรู้สึกถ่ายไม่หมด อาจส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ดังกล่าวได้ เราจึงควรหมั่นสังเกตตัวเอง รวมทั้งปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตและการรับประทานอาหารให้เหมาะสมตามหลักธรรมชาติ หากยังไม่รู้สึกดีขึ้น เราไม่ควรมองข้ามและควรรีบพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและวิธีการรักษาที่ถูกต้อง